|
18 January 2010
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ร่วมกับส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจของไทยในกรุงโตเกียว กำหนดจะจัดงานเทศกาลไทย ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 15-16 พฤษภาคม 2553 ณ สวนสาธารณะโยโยงิ เขตชิบุยะ กรุงโตเกียว เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประเทศไทย
บัดนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมออกร้านในงานฯ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1 . การแบ่งประเภทคูหาการออกร้าน
1) คูหาร้านจำหน่ายอาหารและคูหาจำหน่ายผลไม้ 76 คูหา (คูหาจำหน่ายอาหารสมัครได้บริษัท/ร้านละไม่เกิน 2 คูหา)
2) คูหาร้านจำหน่ายสินค้าและบริการ 45 คูหา (สมัครได้บริษัท/ร้านละไม่เกิน 5 คูหา)
3) คูหาร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม 12 คูหา
4) NGO/NPO 7 คูหา
หมายเหตุ จำนวนคูหาอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม2 . อัตราค่าเช่าคูหาออกร้าน (รวมค่าน้ำและค่าไฟฟ้าตลอดงาน)
1) คูหาร้านจำหน่ายอาหาร และคูหาจำหน่ายผลไม้ อัตรา 235,000 เยน ต่อคูหา
2) คูหาร้านจำหน่ายสินค้า และบริการ อัตรา 189,000 เยน ต่อคูหา
3) คูหาร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม อัตรา 460,000 เยน ต่อคูหา
อุปกรณ์ประจำภายในคูหาจำหน่ายอาหารและจำหน่ายผลไม้
1. เต็นท์ขนาดพื้นที่ 3.6 X 3.6 ม. (13 ตารางเมตร) ต่อคูหา
2. โต๊ะ 2 ตัว เก้าอี้พับ 2 ตัว ผ้าคลุมโต๊ะ
3. ป้ายชื่อคูหา (W900 x H250)
4. อุปกรณ์ดับเพลิง (1 ถังต่อ 2 คูหา)
5. หลอดไฟส่องสว่างภายในคูหา 1 หลอด (FL 40 w)
6. กำลังไฟ ไม่เกินคูหาละ 1.5 กิโลวัตต์ (1.5 kw x 1 จุด)
7. น้ำประปา
8. บริการรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ตลอดช่วงเวลาการจัดงาน
9. ตู้เย็นขนาด 170 ลิตร (W545 x D600) เครื่องทำน้ำร้อน อ่างล้างมือและอ่างล้างภาชนะ ตามข้อกำหนดของฝ่ายอนามัยเขตชิบุยะ
หมายเหตุ ขนาดพื้นที่และอุปกรณ์ในคูหาอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
อุปกรณ์ประจำภายในคูหาจำหน่ายสินค้าและบริการ NGO/NPO และคูหาจำหน่ายเครื่องดื่ม
1. เต็นท์ขนาดพื้นที่ 3.6 X 3.6 ม. (13 ตารางเมตร) ต่อคูหา
2. โต๊ะ 2 ตัว เก้าอี้พับ 2 ตัว ผ้าคลุมโต๊ะ
3. ป้ายชื่อคูหา (W900 x H250)
4. หลอดไฟส่องสว่างภายในคูหา 1 หลอด (FL 40 w)
5. กำลังไฟ ไม่เกินคูหาละ 1.5 กิโลวัตต์
6. บริการรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ตลอดช่วงเวลาการจัดงาน
หมายเหตุ ขนาดพื้นที่และอุปกรณ์ในคูหาอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
3.เงื่อนไขในการสมัครและออกร้าน
1) ผู้สมัครต้องเป็นผู้ประกอบการ ร้านค้า หรือองค์กรที่ประสงค์จะออกร้านในงานเอง
สถานเอกอัครราชทูตฯ สงวนสิทธิที่จะไม่อนุญาตการออกร้าน หากตรวจพบว่าผู้สมัครและผู้ออกร้านไม่ใช่บุคคลเดียวกัน มีการใช้ใบอนุญาตของบุคคลอื่นเพื่อออกร้าน โอนสิทธิการออกร้านหรือเช่าช่วงสิทธิการออกร้าน
2) ผู้ประสงค์จะออกร้านจะต้องกรอกใบสมัครและเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น
(ชื่อร้านและชื่อบุคคลติดต่อ กรุณากรอกทั้งภาษาไทย ญี่ปุ่นและอังกฤษ) โดยมีรายละเอียดเอกสารที่เกี่ยวข้องดังนี้
2.1) ผู้ประกอบการร้านอาหาร
(1) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหารที่ออกโดยหน่วยราชการญี่ปุ่นซึ่งยังไม่หมดอายุ
(2) รูปถ่ายสภาพหน้าร้าน ภายในร้านอาหารและครัวที่ประกอบอาหาร
(3) ใบสมัคร
2.2) ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายผลไม้
(1) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือใบรับรองการจัดตั้งองค์กร ออกโดยหน่วยราชการญี่ปุ่นซึ่งยังไม่หมดอายุ
(2) รูปถ่ายตัวอย่างสินค้าที่จะจำหน่ายในงาน
(3) ใบสมัคร
2.3) ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายสินค้าและบริการ NGO/NPO
(1) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือใบรับรองการจัดตั้งองค์กร ออกโดยหน่วยราชการญี่ปุ่นซึ่งยังไม่หมดอายุ
(2) รูปถ่ายตัวอย่างสินค้าที่จะจำหน่ายในงาน
(3) ใบสมัคร
2.4 ) ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม
(1) สำเนาใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอกอฮอล์ ออกโดยหน่วยราชการญี่ปุ่นซึ่งยัง ไม่หมดอายุ
(2) รูปถ่ายตัวอย่างสินค้าที่จะจำหน่ายในงาน
(3) ใบสมัคร
หมายเหตุ ผู้ประกอบการจากประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตฯ จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคัดเลือกผู้เข้าร่วมงานโดยตรงต่อไป
3) อาหาร ผลไม้ และสินค้าที่จะจัดจำหน่าย ตลอดจนการบริการที่จะนำเสนอภายในงาน ต้องเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย
4) ร้านจำหน่ายอาหาร และร้านจำหน่ายผลไม้ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสุขอนามัยของทางการญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด
5) สินค้าที่จำหน่ายและการบริการที่จัดเสนอต้องเป็นไปตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น สินค้าที่จำหน่ายต้องชำระภาษีอย่างถูกต้อง สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศจะต้องผ่านขั้นตอนการนำเข้าที่ถูกต้องตามกฎหมายญี่ปุ่น
6) ผู้ออกร้านต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของทางการญี่ปุ่น และระเบียบการที่สถานเอกอัครราชทูตฯ กำหนด การฝ่าฝืนหรือละเมิดกฎระเบียบหรือข้อบังคับใดๆ อาจส่งผลให้ถูกระงับการออกร้านในครั้งนี้ รวมทั้งงานหรือกิจกรรมที่สถานเอกอัครราชทูตฯ อาจจัดขึ้นในอนาคต
7) สถานเอกอัครราชทูตฯ อนุญาตให้คูหาจำหน่ายเครื่องดื่มเท่านั้นที่มีสิทธิในการจำหน่ายเครื่องดื่มทั้ง
ที่มีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ (เครื่องดื่มแช่เย็นที่สามารถเปิดฝาดื่มภายในงานได้ทันที)
ให้กับผู้เข้าร่วมงานดื่มภายในงานได้
7.1) ห้ามมิให้คูหาสินค้าและบริการจำหน่ายเครื่องดื่มแช่เย็นหรือเปิดฝาให้ผู้เข้าร่วมงานดื่มภายในงานโดยเด็ดขาด อนุญาตให้จำหน่ายเพื่อให้นำกลับไปดื่มที่บ้านหรือที่อื่นๆ ภายนอกบริเวณที่จัดงาน
7.2) ห้ามคูหาจำหน่ายอาหารและคูหาจำหน่ายผลไม้ จำหน่ายเครื่องดื่มทุกชนิดโดยเด็ดขาด
อนึ่ง ภายในบริเวณที่จัดงาน ไม่อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วโดยเด็ดขาด และขอให้ใช้ภาชนะเป็นแก้วกระดาษหรือพลาสติกแทน
4. ระยะเวลาการสมัครเพื่อออกร้าน
ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมและส่งใบสมัครพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 ทางไปรษณีย์ (ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นหลัก) ตามรายละเอียดต่อไปนี้
Royal Thai Embassy (Thai Festival 2010)
3-14-6 Kami-Osaki, Shinagawa-ku, Tokyo 141-0021
Tel. (03) 3447-2247 Ext. 239 201 203 หรือ 236
ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ สงวนสิทธิไม่พิจารณาใบสมัครที่ไม่มีเอกสารครบตามที่กำหนดและใบสมัครที่ส่งช้ากว่ากำหนดเวลาที่กำหนดไว้นี้
หมายเหตุ ระยะเวลาการสมัครของผู้ประกอบการจากประเทศไทย จะกำหนดต่างหาก
5. การคัดเลือกและประกาศรายชื่อผู้ออกร้าน
สถานเอกอัครราชทูตฯ จะคัดเลือกผู้เข้าร่วมออกร้านโดยพิจารณาจากความพร้อมของเอกสารที่นำส่งมา คุณสมบัติ ความเหมาะสมของผู้สมัคร และลำดับการส่งใบสมัครก่อนหลัง โดยจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาว่ามีคุณสมบัติตามข้อกำหนดออกร้านประมาณวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 ทางโฮมเพจงานเทศกาลไทยของสถานเอกอัครราชทูตฯ (www.thaifestival.jp)
ทั้งนี้ ในกรณีมีผู้สมัครออกร้านที่มีคุณสมบัติถูกต้องเหมาะสมมากกว่าจำนวนคูหาที่กำหนด สถานเอกอัครราชทูตฯ จะพิจารณาลำดับก่อนหลังของการสมัครประกอบการตัดสิน อนึ่ง ในกรณีที่มีผู้ได้รับคัดเลือกให้ออกร้านสละสิทธิ หรือถูกถอนสิทธิการออกร้านในภายหลัง สถานเอกอัครราชทูตฯ อาจเชิญผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติแต่ไม่ได้รับเลือกในรอบแรกเข้าร่วมออกร้านแทน
6. การชำระค่าออกร้าน
1) สถานเอกอัครราชทูตฯ จะแจ้งรายละเอียดบัญชีธนาคารสำหรับการชำระเงินค่าออกร้านพร้อมกับการประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิออกร้านประมาณวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553
2) ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกให้ออกร้าน จะต้องชำระค่าออกร้านครบเต็มจำนวน โดยอาจชำระโดยตรงที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่สถานเอกอัครราชทูตฯ กำหนดภายในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 โดยผู้ออกร้านจะต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอน
3) สถานเอกอัครราชทูตฯ จะถือวันที่ได้รับชำระเงินสดหรือวันที่เงินถูกโอนเข้าบัญชีเป็นวันชำระเงินผู้ออกร้านที่ไม่ชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด จะถือว่าสละสิทธิการออกร้าน และสถานเอกอัครราชทูตฯ จะเชิญผู้สมัครออกร้านที่อยู่ในบัญชีสำรองออกร้านแทน
4) ค่าออกร้านที่ชำระแล้ว สถานเอกอัครราชทูตฯ สงวนสิทธิไม่คืนค่าออกร้านให้ไม่ว่าในกรณีใดๆ
5) เงื่อนไขการชำระเงินค่าออกร้านของผู้ประกอบการจากประเทศไทยจะกำหนดต่างหาก
7.การกำหนดที่ตั้งคูหา
ใช้วิธีการจับสลากเพื่อกำหนดที่ตั้งของคูหาแยกตามกลุ่มจำหน่ายอาหาร จำหน่ายผลไม้ จำหน่ายสินค้าหรือบริการ และจำหน่ายเครื่องดื่ม โดยผู้สมัครออกร้านจำนวนมากกว่ามีสิทธิจับสลากก่อนเนื่องจากหากให้จับสลากเป็นลำดับหลังอาจทำให้จำนวนคูหาที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะจัดให้อยู่ในบริเวณเดียวกันได้ หากเป็นบริษัท/ร้านที่สมัครมาออกร้านโดยมีจำนวนคูหาเท่ากันจะใช้วิธีจับสลากตามลำดับการชำระค่าคูหา สำหรับร้านเครื่องดื่มจะแยกจับสลากกำหนดที่ตั้งร้านต่างหาก
หมายเหตุ สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงใคร่ขอเชิญชวนผู้ประกอบการบริษัทห้างร้านที่สนใจ สมัครเข้าร่วมออกร้านในงานได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครโดยดูจากลำดับการส่งใบสมัครก่อนหลัง และประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาว่ามีคุณสมบัติตามข้อกำหนดประมาณวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อันเซะ/ อิชิอิ / อุเอะคิ หมายเลขโทรศัพท์ (03) 3447-2247 ต่อ 239 201 203 และ 236
จึงขอประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
18 มกราคม 2553
